4 จุดปวด "เตือนมะเร็ง" สมอง-ตับ-หลอดอาหาร ปล่อยทิ้งไว้ระวัง บิลค่ารักษาแพง!!

เตือนภัยเงียบ! "4 จุดปวดเรื้อรัง" บนร่างกาย ปวดซ้ำๆ เป็นๆ หายๆ อาจเป็นสัญญาณเตือนมะเร็งระยะแรก
ปวดหัวตื้อ-แน่นพุงขวาบอกโรค! ผู้เชี่ยวชาญชี้ อาการปวด 4 จุดนี้ปล่อยทิ้งไว้ ระวังเจอ "บิลค่ารักษา" ราคาแพง
เคยไหมคะ? นั่งไถโทรศัพท์อยู่กลางดึกแล้วอยู่ดีๆ ก็รู้สึกแน่นหน้าอก ใจสั่น จนในหัวแวบความคิดขึ้นมาว่า “หรือเรากำลังจะหัวใจวาย?” ในความเป็นจริง อาการปวดที่ร่างกายส่งออกมานั้นเปรียบเสมือน “การแจ้งเตือนเตือนภัยบนหน้าจอสมาร์ทโฟน” หากเรากดมองข้ามเครื่องหมายแจ้งเตือนสีแดงนั้นไป บางครั้งอาจหมายถึงการสูญเสีย “ช่วงเวลาทอง” (Golden Period) ในการรักษาชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย
แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกอาการปวดจะอันตรายเสมอไป แต่หากมีอาการ ปวดตื้อๆ ปวดเรื้อรัง และพิกัดเดิมซ้ำๆ ใน 4 จุดพิเศษต่อไปนี้ นั่นอาจเป็นวิธีที่ร่างกายกำลังพยายามส่งสัญญาณเตือนภัยโรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง
1. ปวดหัวตื้อๆ ยาวนานผิดปกติ (ไม่เหมือนอาการปวดหัวทั่วไป)
แตกต่างจากการปวดหัวจากความเครียดหรือการนอนไม่พอ อาการปวดหัวที่เกี่ยวข้องกับรอยโรคในสมองมักจะปวดต่อเนื่องยาวนาน และจะรุนแรงเป็นพิเศษในตอนเช้าหลังตื่นนอน ผู้ป่วยจะรู้สึกตึงแน่นในหัวเหมือนมีอะไรมารัด หากไอ จาม หรือก้มศีรษะ อาการปวดจะทวีความรุนแรงขึ้น ร่วมกับมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือตาพร่ามัว ที่สำคัญคือการกินยาแก้ปวดทั่วไปแทบจะไม่ช่วยให้อาการดีขึ้นเลย
นอกจากนี้ ควรสังเกตอาการทางระบบประสาทอื่นๆ ที่เกิดขึ้นร่วมด้วย เช่น ความจำเสื่อมถอยอย่างรวดเร็ว เพิ่งทำอะไรก็ลืม แขนขาอ่อนแรงหยิบจับของหลุดมือบ่อยๆ หรือเดินเซทรงตัวไม่ได้ อาการเหล่านี้อาจเป็น "รหัสลับ" เตือนว่าสมองได้รับความเสียหายร้ายแรง รวมถึงความเสี่ยงของ โรคมะเร็งสมอง
2. แสบร้อนกลางอกหลังกระดูกหน้าอก (อย่าเพิ่งเหมาว่าเป็นโรคกระเพาะ)
คนจำนวนมากมักสับสนอาการปวดแสบหลังกระดูกหน้าอกว่าเป็นโรคกระเพาะอักเสบหรือกรดไหลย้อน แต่หากเป็นความผิดปกติขั้นรุนแรงที่เกิดขึ้นกับหลอดอาหาร อาการปวดมักจะคงที่ มีความแสบร้อน และจะรู้สึกกลืนติดกลืนลำบาก เวลากลืนอาหารจะรู้สึกเหมือนมีอะไรติดคอ แม้แต่กลืนขนมปังแผ่นเดียวยังเจ็บเหมือน "กลืนกระดาษทราย" และอาการกลืนลำบากนี้จะค่อยๆ รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลา
ยิ่งถ้ามีอาการน้ำหนักลดฮวบโดยไม่มีสาเหตุ, ไอหรือขยักเสมหะออกมามีสีคล้ำคล้ายกากกาแฟปน หรืออาการปวดหน้าอกรุนแรงขึ้นเวลานอนราบตอนกลางคืน ควรรีบไปส่องกล้องตรวจเช็กทันที เพราะนี่อาจไม่ใช่แค่ระบบย่อยอาหารรวนธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณของ โรคมะเร็งหลอดอาหาร
3. ปวดตื้อลึกๆ บริเวณชายโครงขวา
เนื่องจาก "ตับ" เป็นอวัยวะที่ไม่มีเส้นประสาทรับความเจ็บปวด (Silence Organ) ดังนั้นเมื่อไหร่ที่เริ่มแสดงอาการออกมา มักจะไม่ใช่ระยะเริ่มต้นแล้ว ผู้ป่วยจะรู้สึกแน่นๆ ตื้อๆ หรือหนักบริเวณชายโครงขวา ร่วมกับมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อแน่นพุงยาวนานผิดปกติ สังเกตเห็นผิวและตาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง (ดีซ่าน) รวมถึงปัสสาวะมีสีเข้มจัดคล้ายน้ำชาแก่ๆ
นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณเตือนภายนอกอื่นๆ ที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกันแต่หน้ากลัวมาก เช่น เล็บมือหนานูนขึ้นคล้ายไม้กลอง, ฝ่ามือแดงผิดปกติ (Palmar erythema), ในเพศชายอาจมีอาการเต้านมโตขึ้น ส่วนในเพศหญิงอาจมีอาการประจำเดือนมาผิดปกติ ซึ่งนี่คือสัญญาณร้องขอความช่วยเหลือขั้นวิกฤตจากตับ รวมถึงความเสี่ยงของ โรคมะเร็งตับ
4. ปวดหน่วงเรื้อรังบริเวณอุ้งเชิงกราน
-
ในเพศหญิง: หากมีอาการเลือดออกกะปริบกะปรอยนอกรอบเดือน, มีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์, ปวดหลังส่วนล่างลามไปถึงกระเบนเหน็บอย่างต่อเนื่อง หรือเวลานอนหงายแล้วเอามือคลำเจอก้อนผิดปกติบริเวณท้องน้อย อาการเหล่านี้ไม่สามารถรักษาหายได้ด้วยการ "ดื่มน้ำเยอะๆ" หรือนอนพักผ่อน แต่จำเป็นต้องได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งนรีเวช เช่น มะเร็งปากมดลูก หรือ มะเร็งรังไข่ อย่างละเอียดปวดหัวตื้อ-แน่นพุงขวาบอกโรค! ผู้เชี่ยวชาญชี้ อาการปวด 4 จุดนี้ปล่อยทิ้งไว้ ระวังเจอ "บิลค่ารักษา" ราคาแพง
-
ในเพศชาย: ก็ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน หากมีอาการปัสสาวะขัด ปัสสาวะเล็ด ลำปัสสาวะอ่อนแรง ต้องตื่นมาปัสสาวะกลางดึกบ่อยๆ รวมถึงมีอาการปวดหน่วงในอุ้งเชิงกรานทั้งเวลานั่งและเวลานอน ปวดตื้อๆ ยาวนานเกิน 2 สัปดาห์ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กและตัดความเสี่ยงของ โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
ร่างกายของคนเรามีความไวต่อความรู้สึกมากกว่าที่คิด อาการปวดเรื้อรังที่เกิดขึ้นซ้ำๆ เปรียบเสมือนระบบภายในแจ้งเตือนว่าเกิด "ข้อผิดพลาด (Error)" ซึ่งเราไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการแค่กินยาบรรเทาแล้วกดปิดหน้าจอไป การจดจำความถี่ ตำแหน่ง และลักษณะของการปวด จะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้แม่นยำยิ่งขึ้น อย่ามองว่าสุขภาพเป็นหนี้สินที่ผลัดวันประกันพรุ่งได้ เพราะ "บิลค่าใช้จ่าย" ของสุขภาพ หากปล่อยให้เกินกำหนด บางครั้งเราอาจต้องจ่ายคืนด้วยราคาที่แพงมหาศาล
- 2 สัญญาณเตือน “ไตเสื่อม” ที่สังเกตได้ขณะเดิน อย่ามัวคิดว่าปกติ รู้ก่อนรักษาทัน!
- ช็อก! ครอบครัวเดียวกันป่วย "มะเร็งไทรอยด์" รวดเดียว 8 คน หมอชี้เพราะมองข้าม "อาการนี้"

ที่มาข้อมูล: เว็บไซต์สาระสุขภาพ Aboluowang
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี